ก้าวต่อไปในแวดวงหนังสือสำหรับวัยรุ่นจะเป็นอย่างไร | Scholastic Asia

TH ID Header Menus

  • Home
  • Educators
    Stay
  • Parents
    Stay
  • Partners
    Stay

 

TH ID MY Menu

Sliding Nav Banners

Sliding Nav Banners

Sliding Nav Banners

Sliding Nav Banners

kk

 

เช้านี้ เอลลี เบอร์เจอร์ ประธานฝ่ายกิจการพิมพ์ของ Scholastic กล่าวปราศัยต่อบรรดาสมาชิกในอุตสาหกรรมการพิมพ์ในงาน Publishing Perspectives Forum ที่จัดขึ้นที่ Scholastic หัวข้อในการปราศัยในครั้งนี้คือ “ก้าวต่อไปในแวดวงหนังสือสำหรับวัยรุ่นจะเป็นอย่างไร”  และเราเห็นว่า เราอยากแบ่งปันข้อมูลที่น่าสนใจจากการวิเคราะห์ของเธอในครั้งนี้ให้คุณได้ฟัง

“การสานต่อในประเด็นแวดวงการพิมพ์เพื่อนักอ่านรุ่นเยาว์และวัยรุ่นนั้นเป็นสิ่งสำคัญ และการทำหนังสือจะไม่เกิดประโยชน์หากไม่มีพัฒนาการใดๆ เกิดขึ้นตามมา ช่วงเวลานี้เช่นนี้ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ กระนั้นยังไร้ทิศทาง ไม่แน่นอน ทว่าน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะในการทำธุรกิจผ่านตัวหนังสือ ผ่านความคิดและเรื่องราว ทั้งนี้ วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เราเข้าใจถึงตลาดก็คงจะอยู่ที่ว่า เรื่องเหล่านี้ยังได้รับการสานต่อในวงสนทนา ผ่านแนวคิดและมีการปรับปรุงในแวดวงการพิมพ์ให้ดีขึ้น

ด้วยความที่นี่เป็นหนึ่งในบทเรียนขนานแท้และผ่านบททดสอบมามาก อีกทั้งยังเป็นแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นในแวดดวงการพิมพ์เพื่อผู้อ่านวัยเยาว์และเด็กๆ ว่ากันว่า ความยิ่งใหญ่ในวันหน้ามักเริ่มจากสิ่งเล็กๆ เหมือนผลึกแห่งความคิดในจิตที่สร้างสรรค์ เหมือนที่เกิดขึ้นกับเจเค โรลิ่งตอนที่เธอนั่งง่วนอยู่กับการเขียนนิยายบนกระดาษโน๊ตในร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเมืองเอดินเบิร์ก  และก็เหมือนซูซาน คอลลินส์ที่ดูทีวีสลับช่องไปมาระหว่างสงครามอิรักและรายการเรียลลิตี้โชว์ จนเห็นภาพมาประติดประต่อเป็นเค้าโครงเรื่อง และก็เหมือนเดฟ พิลคีย์ที่เริ่มจากการวาดการ์ตูนตั้งแต่สมัยเรียนประถม … คนเหล่านี้มีเรื่องเล่า และนำมาตีแผ่ในแบบผู้ใหญ่ หรือจะเป็นอย่างแม็กกี้ สตีฟวาเตอร์ที่ชอบเล่านิทานเกี่ยวกับพวกเคลต์ที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็ก แต่นำมาเล่าใหม่ในแบบของเธอเอง

เราอยู่ในแวดวงธุรกิจตัวหนังสือ ผ่านความคิดและเรื่องเล่ามาตลอด และเราจะยังคงเป็นเช่นนั้นต่อไป เพราะเรื่องราวต่างๆ ไม่มีวันจบสิ้น แม้โลกจะเปลี่ยนไป แต่วัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของเรื่องราวจะยังคงเดิม เราต้องระลึกเสมอว่า ไม่ว่าเรื่องราวจะถูกนำเสนอบนหน้ากระดาษหรือหน้าจออุปกรณ์ใด หรือนำมาเล่าด้วยภาพหรือสื่ออื่นๆ ก็ตาม แต่เรื่องราวก็ยังคงเหมือนเดิม และจะต้องประสบความสำเร็จอย่างที่มันควรจะเป็น และนักเขียนของเราจะไม่เพียงแค่ถ่ายทอดเรื่องราวให้สนุกเท่านั้น ฝ่ายการตลาดของเราก็ต้องมีข้อมูลป้อนกลับที่ดีๆ มาเล่าสู่กันฟัง ธุรกิจการพิมพ์ของเราจะต้องมีเรื่องราวดีๆ เสมอ และฟันเฟืองอื่นๆ อาธิ “หนังสือขายดี บรรณารักษณ์ ตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครองและครูอาจารย์ที่อยู่เบื้องหลัง” ต้องมีข้อมูลป้อนกลับที่ดีๆ มาเล่าให้เราฟังด้วยเช่นกัน ข่าวดีคือเราเดินทางมาไกล และเราจะยังคงเดินต่อไปให้ไกลกว่านี้         

และนี่เป็นความท้าทายที่เรามุ่งฟันฝ่าในโลกธุรกิจตัวหนังสือ ผ่นความคิดและเรื่องเล่า เราต้องรู้ว่าเราอยากจะตีแผ่เรื่องราวแบบไหน เราต้องรู้ว่าเราจะเล่าเรื่องราวเหล่านั้นให้ใครฟัง เราต้องรู้ว่าวิธีไหนคือวิธีที่ดีที่สุดที่เราจะเล่าเรื่องราวเหล่านั้น เรานำเทคโนโลยีมาเป็นพันธมิตร มิใช่ศัตรู เพื่อมาช่วยสนับสนุนในการเล่าเรื่องของเรา

จากเรื่องเล่ามากมาย ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในแบบของการเล่าเรื่อง จึงเป็นธรรดาอยู่เองที่เรื่องราวเหล่านั้นจะถูกลืมได้ง่ายว่าเรื่องราวเหล่านั้นมีความสำคัญมากแค่ไหน และด้วยเหตุนี้ การทำงานของเราจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ลึกๆ แล้ว ทุกคนในห้องนี้ก็รู้ดี เพราะนี่เป็นความรับผิดชอบของเราในการเฟ้นหาและสนับสนุนคนเก่งที่จะนำเราไปสู่อีกก้าวของโลกงานพิมพ์ เราจะเล่าเรื่องของเราเพื่อให้เป็นแนวทางกับผู้อ่านรุ่นต่อไปได้ก้าวไปอีกก้าวในโลกงานพิมพ์ และเราจะไม่หยุดค้นหาว่าก้าวต่อไปจะเป็นอย่างไร